#Antigravity CLI คืออะไร

info-google-antigravity-cli-ai-agent

Google Antigravity CLI เป็นเครื่องมือ AI coding agent ที่ทำงานในเทอร์มินัล สามารถอ่านบริบทของโครงการ เสนอแผน แก้ไขไฟล์ เรียกคำสั่ง และช่วยตรวจผลลัพธ์ได้ มีทั้งหน้าจอแบบโต้ตอบ (TUI) และโหมดทำงานครั้งเดียวสำหรับสคริปต์ (-p) เหมาะกับการทำงานผ่าน SSH หรือผู้ที่ใช้เทอร์มินัลเป็นหลัก โดยควรตรวจการเปลี่ยนแปลงและผลการทดสอบก่อนนำโค้ดไปใช้จริง [1][2]

#1. ติดตั้ง

เลือก เพียงคำสั่งที่ตรงกับระบบปฏิบัติการ จากเอกสารทางการ [1][3]

#macOS หรือ Linux

curl -fsSL https://antigravity.google/cli/install.sh | bash
agy --version

#Windows PowerShell

irm https://antigravity.google/cli/install.ps1 | iex
agy --version

#Windows Command Prompt

curl -fsSL https://antigravity.google/cli/install.cmd -o install.cmd && install.cmd && del install.cmd
agy --version

สคริปต์ติดตั้งเป็นโค้ดที่ดาวน์โหลดมาแล้วรันทันที ควรตรวจ URL ว่าเป็นโดเมนทางการและอ่านสคริปต์ก่อนใช้ในเครื่องที่มีข้อมูลสำคัญ หากเพิ่งติดตั้งแล้วระบบยังไม่รู้จัก agy ให้เปิดเทอร์มินัลใหม่และตรวจ PATH (ตำแหน่งทั่วไปบน macOS/Linux คือ ~/.local/bin/agy; บน Windows คือ %LOCALAPPDATA%\agy\bin) [1][3]

#2. เริ่มใช้งานและเข้าสู่ระบบ

เข้าโฟลเดอร์โครงการแล้วเปิด CLI:

cd /path/to/your-project
agy

เมื่อเปิดครั้งแรก ให้ตั้งค่าหน้าจอ ยืนยันว่าเชื่อถือโฟลเดอร์โครงการ และลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ตามคำแนะนำที่ปรากฏ การใช้งานบนเครื่องปกติอาจเปิดเบราว์เซอร์ให้เข้าสู่ระบบ; เมื่อใช้ SSH ระบบสามารถแสดง URL เพื่อไปยืนยันตัวตนในเบราว์เซอร์อีกเครื่องหนึ่ง [1][2] ปิดหน้าจอด้วย /exit; ออกจากบัญชีด้วย /logout [2][4]

หมายเหตุ: คำสั่งที่ขึ้นต้นด้วย / ในบทความนี้พิมพ์ ภายในหน้าจอ agy ส่วน agy ... พิมพ์ใน shell ปกติ

#3. เวิร์กช็อป: เพิ่มการทดสอบให้โครงการ

ใช้กับโครงการ Git ที่มีอยู่แล้ว และเริ่มจากคำสั่งที่ให้ agent สำรวจก่อนแก้ไข:

ช่วยสำรวจโครงสร้างโครงการและสรุปวิธีรันทดสอบ โดยยังไม่แก้ไขไฟล์

จากนั้นสั่งงานให้มีขอบเขตและเกณฑ์สำเร็จชัดเจน:

เพิ่ม unit tests ให้ฟังก์ชันตรวจสอบอีเมลใน src/validators โดยครอบคลุมค่าว่าง
รูปแบบที่ไม่ถูกต้อง และค่าที่ถูกต้อง แก้เฉพาะไฟล์ทดสอบ แล้วรันทดสอบชุดที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ agent เสนอการแก้ไข ให้ใช้ /diff หรือ Ctrl+R เปิดหน้าตรวจงาน ตรวจว่าไฟล์และตรรกะตรงตามโจทย์ แล้วจึงอนุมัติคำสั่งหรือไฟล์ที่เหมาะสม ตรวจผลทดสอบ และดู git diff หรือ git status ใน shell ก่อน commit [1][4] ถ้างานต้องใช้เครือข่ายหรือเขียนไฟล์นอกขอบเขต ให้ตรวจสิทธิ์ที่ร้องขออย่างเจาะจงผ่าน /permissions [4]

#4. คำสั่งที่ใช้บ่อย

คำสั่งใน agy ใช้ทำอะไร
/help ดูรายการคำสั่งและปุ่มลัด
/model เลือกโมเดลสำหรับบทสนทนา
/diff ดูการเปลี่ยนแปลงไฟล์
/permissions ตรวจและจัดการสิทธิ์ของเครื่องมือ
/agents ดู agent และงานเบื้องหลัง
/mcp จัดการเซิร์ฟเวอร์ MCP
/skills ดู skills ที่โหลดอยู่
/usage ดูปริมาณการใช้งานและโควตา
/resume กลับไปยังบทสนทนาก่อนหน้า
/exit ออกจาก TUI

พิมพ์ / ในช่อง prompt เพื่อดูเมนูคำสั่งที่ CLI รองรับในรุ่นที่ติดตั้งอยู่ [4]

#5. ใช้แบบครั้งเดียวสำหรับสคริปต์

ตัวเลือก -p หรือ --prompt ให้ CLI ประมวลผลหนึ่งคำสั่งแล้วออก เหมาะกับการสรุปผลหรือประมวลผลใน pipeline; ค่าเริ่มต้นส่งคำตอบไปที่ stdout [5]

agy -p "สรุปหน้าที่ของโฟลเดอร์ src ภายในโครงการนี้เป็นภาษาไทย"

หากต้องการผลลัพธ์ที่นำไปอ่านด้วยโปรแกรม ให้ใช้ JSON และตรวจฟิลด์ status:

agy -p "สรุปไฟล์ที่เปลี่ยนในโครงการนี้" --output-format json | jq '{status, response, usage}'

รองรับ --output-format text, json และ stream-json โดยแบบหลังปล่อยเหตุการณ์ JSON ทีละบรรทัด เหมาะกับการติดตามระหว่างประมวลผล การเรียกแบบ -p ไม่เก็บบริบทต่อกันโดยปริยาย; หากต้องการต่อบทสนทนาล่าสุดใช้ --continue [5]

agy -p "อธิบายคำตอบก่อนหน้าให้ละเอียดขึ้น" --continue

ข้อควรระวังใน CI: หาก prompt อาจทำให้ agent รันคำสั่งหรือแก้ไฟล์ ต้องกำหนดสิทธิ์และตรวจผลลัพธ์ก่อนใช้กับโค้ดสำคัญ อย่าเปิดการข้ามคำขออนุญาตทั้งหมดโดยไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม [5][6]

#6. แนวทางเขียน prompt ให้ได้งานตรวจสอบได้

ระบุ 4 ส่วน: ขอบเขตไฟล์ → งานที่ต้องทำ → สิ่งที่ห้ามแตะ → วิธีตรวจผล ตัวอย่าง:

ในโครงการนี้ ตรวจสาเหตุที่ POST /api/orders คืน 500 เฉพาะเมื่อ items ว่าง
อ่านโค้ดและ test ที่เกี่ยวข้องก่อน อธิบายสาเหตุ แก้เฉพาะส่วน validation
เพิ่ม regression test แล้วรันทดสอบชุดนั้น สรุปไฟล์ที่เปลี่ยนและผลทดสอบ

ให้เริ่มงานใหญ่ด้วยการสำรวจหรือวางแผนก่อน แล้วดู diff และหลักฐานการทดสอบทุกครั้ง โดยเฉพาะการเปลี่ยน API, ฐานข้อมูล และค่าคอนฟิก [6]

#สรุปขั้นตอน

  1. ติดตั้งและตรวจ agy --version.
  2. เข้าโฟลเดอร์โครงการแล้วรัน agy; เข้าสู่ระบบและยืนยันขอบเขตโครงการ.
  3. ระบุงานให้ชัด ดูแผนและตรวจ diff ก่อนอนุมัติ.
  4. รันทดสอบและตรวจผลจริง; ใช้ agy -p เมื่ออยากประมวลผลหนึ่งครั้งจาก shell.

#แหล่งอ้างอิง

[1] Google Antigravity — Get started
[2] Google Antigravity — Official CLI README
[3] Google Antigravity — Installation and authentication
[4] Google Antigravity — CLI commands
[5] Google Antigravity — Headless mode
[6] Google Antigravity — CLI best practices